[Fic] Full Moon - ch.6 : TOPGD
posted on 27 Nov 2009 17:39 by artemiz48 in Full-Moon
Title : Full Moon
Status : chapter 6 New Person
Pairing : Choi Seunghyun x Kwon Jiyong
Author : ArtemIz
Rating : PG
Genre : AU , Romantic comedy
Warning : YAOI [ BOYxBOY ]
Talk : หายไปนาน .............มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
งานเยอะจริงๆ ฮะ =__________________________________=
วันนี้หยุด กร๊ากกกกกกกกกกกกกก
ลืมตอนเก่าแล้วก็แวะไปอ่านก่อนได้นะคะ 555+
Chapter 6 New Person
บรรยากาศในห้องอึมครึม
อาจจะเป็นเพราะว่าวันนี้เมฆครึ้ม
อาจจะเป็นเพราะพยากรณ์อากาศพูดไม่รู้เรื่อง ที่บอกว่าอากาศจะแจ่มใส
อาจจะเป็นเพราะว่าม่านสีทึบที่บังแสงแดดอ่อนนั่นเอาไว้
อาจจะเป็นเพราะว่าเสียงถอนหายใจของเจ้าของห้องนี้
อาจจะเป็นเพราะว่าแก้มป่องๆ ที่กำลังอมลมด้วยความไม่พอใจ
อาจจะเป็นเพราะว่า....
"ทำไมนายต้องปฏิเสธฉันด้วย" เสียงทุ้มเอ่ยออกมา ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง นั่นทำให้คนตัวเล็กขมวดคิ้ว
"แล้วทำไมฉันต้องตอบตกลงด้วยล่ะ" เสียงเล็กเถียงออกมา
"ก็เพราะว่าฉันยอมเพื่อนายไงละ!" อีกคนเริ่มตะโกนแข่ง
"นายถามฉันสักคำมั้ยว่าต้องการรึเปล่า!" ใบหน้ากลมเริ่มขึ้นสีด้วยความไม่พอใจ นี่มันเรื่องบ้าอะไรทำไมต้องมานั่งเถียงกันแบบนี้ด้วย
"ทำไมฉันต้องถามความเห็นนายด้วยล่ะ ฉันให้นายต้องรับ!!" ชเวซึงฮยอนขึ้นเสียงกับเจ้าเปี๊ยกครั้งแรกตั้งแต่เจอกันและลากมาอยู่กินกัน (?) สองวัน แต่อีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งในความเสียสละครั้งนี้แม้แต่น้อย
"ฉันไม่รับ!!"
"จียง!!!!"
"นายก็กินเองสิโว้ยย กับอีแค่สตอเบอร์รี่ลูกเดียวนั่งเถียงกันมาจะครบชั่วโมงแล้วนะ!!!!" จียงแทบจะเอาจานที่เคยฟูนไปด้วยเค้กสตอเบอร์รี่เนื้อนุ่มฟาดใส่กบาลไอ้คนมีน้ำใจแบบประหลาดๆ ตรงหน้า เสียว่าถ้าเกิดว่าฟาดไปแล้วไอ้สตอเบอร์รี่ที่นั่งเถียงกันมาจะครบชั่วโมงจะตกพื้นและทำให้การเถียงกันครั้งนี้เปล่าประโยชน์และเสียเวลาไปโดยปริยาย
"นี่ฉันยอมสละสตอเบอร์รี่นุ่มๆ รสอร่อยขนาดนี้ให้นายเลยนะจียง!!!" ชเวซึงฮยอนไม่ลดละความตั้งใจของตนเอง เฮ้ย! เจ้าลูกแดงๆ นี่มันมีความสำคัญมากเลยนะ มันต้องลองกินจริงๆ ด้วย แล้วทำไมจียงถึงต้องปฏิเสธเขาขนาดนี้ด้วยล่ะ ทำไมเจ้าเปี๊ยกไม่ยอมเชื่อเขา
"ฉันกินสตอเบอร์รี่ของนายไปสามลูกจากสี่ลูกที่มันมีอยู่บนเค้กแล้วนะซึงฮยอน ลูกสุดท้ายนายก็กินไปสิ!" จียงใช้ส้อมจิ้มสตอเบอร์รี่สีแดงสด แล้วพยายามยัดเข้าปากของซึงฮยอนให้ได้ แต่อีกฝ่ายกลับหลบไปหลบมาไม่ยอมกินมันเสียอย่างนั้น ทำท่าทางรังเกียจขนาดนี้แล้วจะให้จียงเชื่อไปได้ยังไงว่าในสตอเบอร์รี่อันนี้แม่งไม่มีอะไรแอบแฝง
"กินไปซะ!" ซึงฮยอนคำราม
"ไม่กิน!"
"กิน!"
"ไม่กิน!
"กิน!!!"
"ไม่...!!!"
"กูกินเอง!!!" ว่าแล้วเสียงที่สามของห้องที่ทนเงียบอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมงก็หมดความอดทน คว้าสตอเบอร์รี่สีแดงเกือบช้ำนั่นเข้าปากแล้วเคี้ยวหงับๆ มองนักมวยทางวาจาทั้งสองคนด้วยความรำคาญ
"ไอ้ยองเบ๊~~~" เสียงซึงฮยอนโวยวาย
"อะไรมึง? กินก็ไม่กินยังจะมาโมโหทำไมล่ะเพื่อน ในเมื่อไม่อยากกินกันทั้งสองคนเบเบ้คนนี้กินแทนให้เองก็ได้" ทงยองเบมองหน้าเพื่อนตัวเองแล้วยักคิ้วหงึกๆ
จียงกลั้นหัวเราะ อันที่จริงเมื่อสักครู่นี้ก็ลืมไปเลยเหมือนกันว่ายองเบยังนั่งอยู่ในห้องนี้ด้วย มัวแต่ทะเลาะกับผู้ชายที่หน้าตาเหมือนกอริลล่าตรงหน้านี้เพลินไปหน่อย ยองเบหันมายิ้มให้จียงเป็นนัยๆ ซึ่งก็เข้าใจความหมายได้ทันทีและยิ้มเป็นคำตอบกลับไป แต่พอหันไปมาอีกทางก็เจอซึงฮยอนที่นั่งหน้าบูดอยู่ จียงทำตาปริบๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายก็กำลังมองเขาอยู่เหมือนกัน มีอะไรรึเปล่านะ? หรือว่าโมโหจนอยากจะไล่เขาออกจากที่นี่ แหงะ... ไม่ได้นะ เขาจะไม่มีที่ซุกหัวนอนไม่ได้นะ!
"ฉันว่าฉันกลับก่อนดีกว่า" ในที่สุดยองเบก็เอ่ยขึ้นมา ดวงตาสองคู่ละออกจากกันหันไปมองเขาพร้อมๆ กัน
"อ้าว.. ระ เหรอ..." ครั้นจะบอกว่า 'จะกลับแล้วเหรอยองเบ' ที่นี่ก็ไม่ใช่ห้อง ไม่ใช่บ้านตัวเอง จะพูดไปมันก็กระดากปากหน่อยๆ
"งั้นเหรอ! กลับแล้วสินะ ประตูอยู่ตรงหน้าก้าวเท้าขวาแล้วเดินออกไปเลยเพื่อนเลิฟ เจอกันใหม่คราวหน้าสิบห้าปีต่อมาค่อยมาใหม่แล้วกัน" ชเวซึงฮยอนที่เมื่อกี้นั่งหน้าบูดเป็นตูดกอริลล่ารีบพูดแกมไล่เพื่อนสนิท ทงยองเบหันมามองเพื่อนสนิทที่แสนดีของตัวเองก่อนจะลอบถอนหายใจช้าๆ ส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา
ทงยองเบบอกลาจียงเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องชุดสุดหรูที่ตนก็ใช้เป็นที่อาศัยบ้างบางครั้ง
ไม่รู้ทำไม พอยองเบออกไปจากห้องแล้วซึงฮยอนรู้สึกว่าอยากจะยิ้มให้ปากฉีก
แล้วก็ไม่รู้ืทำไม จู่ๆ ก็รู้สึกตัวเบาๆ เหมือนยกไขมันที่หน้าท้องออกไปยังไงยังงั้น
ร่างสูงแย้มรอยยิ้มกว้าง หันมามองควอนจียง บางที เราน่าจะออกไปเดินเล่นข้างนอกกันบ้าง พาไปเดินเล่นที่ไหนดีนะ ... จริงๆ ริมแม่น้ำฮันชอบมีคนแต่งให้พระเอกนายเอก(?)ไปเดทกันตรงนั้นบ่อยๆ เขาน่าจะพาจียงไปเนาะ..~
เฮ้ย!!!!
แต่เขากับจียงไม่ได้เป็นอะไรกันนะ
ไม่ใช่พระเอก
ไม่ใช่นายเอก(?)แบบในนิยายที่เคยอ่านด้วย (เคยอ่าน ??)
เขากับจียงเป็นแค่คนรู้จักกัน
เขาแค่ช่วยจียงเอาไว้เพราะว่าจียงกำลังลำบาก
และที่เขากับจียงอยู่ด้วยกันตอนนี้เพราะว่าเขาต้องการจะหลบหน้าแม่เลี้ยงใจร้ายอย่างชเวดองวุค
เขากับจียงไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น!!!!
.
.
.
.
.
.
อืมม ... แต่จียงกำลังวิ่งเล่นอยู่ริมแม่น้ำด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเลยนะ บรรยากาศริมแม่น้ำตอนเย็นๆ นี่สบายดีเหลือเกิน ปกติไม่ค่อยออกมาเดินเล่นริมแม่น้ำแบบนี้เท่าไหร่ ไม่รู้สิ เมื่อก่อนคิดว่ามันตลกชะมัดที่จะต้องมาเดินเล่นกันริมแม่น้ำ ตกกลางคืนเดี๋ยวก็มีแมลงตัวนู้นตัวนี้ไต่กันยัวเยี้ย มันน่าไปเดินตรงไหน?
แต่แบบสงสัยจะต้องเปลี่ยนความคิดซะหน่อยแล้วล่ะมั้ง...
ท้องฟ้าสีแสดเพราะดวงตะวันกำลังจะบ๊ายบายท้องฟ้ากลางวันแล้ว แสงอาทิตย์สวยๆ ที่ลงมากระทบกับผิวขาวๆ ของจียง
ลมเย็นๆ จากแม่น้ำ พัดผมสีทองสว่างของจียง
ริมฝีปากอิ่มสีชมพูกำลังส่งยิ้มให้เขา
มากันแค่สองคน ไม่มีใครตาม ไม่มีใครมารบกวน จียงยิ้มอีกแล้ว อ๊ากก ชเวซึงฮยอนแพ้รอยยิ้มไอ้เปี๊ยกตรงหน้าจริงๆ นะ แก้มใสๆ นั่นดูแล้วเหมือนมาชแมลโล่นุ่มๆ หอมๆ ที่ชอบกินเมื่อก่อนชะมัด แง่มๆ
ในที่สุด ปากน้อยๆ นั่นก็ค่อยๆ เผยออก....
ตึก ๆ
รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นเลยแฮะ อ๊ากก นี่เขาใจเต้นแรกผิดปกติรึเปล่าเนี่ย
ริมฝีปากอื่มเผยอ คล้ายจะเปล่งเสียอะไรบางอย่าง
และ
..
.
.
"ยองเบลืมกระเป๋าตังค์เอาไว้!!! ฉันรีบเอาไปให้ยองเบดีกว่า คงยังเดินไปไม่ไกลเท่าไหร่หรอก!"
"..........................."
แม่ง...
ใครเอาเข็มหมุดมาจิ้มฝันกลางวันเขาจนแตกโผล๊ะขนาดนี้วะ ฮึ่ม ...
โอเค ยอมรับ เมื่อกี้เขาบ้าไปเอง จู่ๆ มองหน้าจียงแล้วก็ละเมอไปเองคนเดียว แล้วแม่งถ้าไม่ใช่เพราะไอ้เพื่อนเบ้ นี่เขาคงจะมีความสุขมากกว่านี้เหอะ ตั้งแต่มันมาเหยียบที่ห้องนี่มีแต่เรื่องไม่น่าพอใจทั้งนั้น ชิชะ...
ลูกชายมาเฟียที่ตอนนี้โดนดึงกลับเข้ามาสู่โลกแห่งความจริง นั่งมองเด็กหัวทองวิ่งพล่านในห้องของเขา ไหนจะวิ่งเข้าไปแต่งตัวบ้างละ หวีผมบ้างล่ะ ส่องกระจกดูความเรียบร้อยของตัวเองบ้างละ สุดท้ายก็วิ่งชนขอบโต๊ะบ้างล่ะ กว่าจะหันมาหยิบกระเป๋าตังค์แฟบๆ ของไอ้ยองเบ ที่ปกติมันก็ไม่เคยใส่ตังค์เอาไว้ในนี้เท่าไหร่นัก แล้วร่างเล็กๆ นั่นก็ถลาออกไปจากห้อง ...
อยากจะบอกจริงๆ ว่าตอนที่คิดว่าต้องเอาไปคืนน่ะ ยองเบมันคงยังไม่ทันจะออกจากตึกหรอก
แต่กว่าพ่อคุณจะแต่งตัวเสร็จ............. ป่านนี้เจ้าของมันคงกลับไปนอนตีพุงที่บ้านแล้วล่ะ
เฮ้อ.....
....อยากไปแม่น้ำฮัน
ร่างเล็กๆ ของควอนจียง วิ่งกระหืดกระหอบมองซ้ายแลขวาเพื่อตามหายองเบ เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ตั้งแต่ยังเล็ก แล้วไม่รู้เป็นอะไร สงสัยว่าส่วนสูงของเพื่อนเขาคนนี้มันมักจะแปรผันตรงกับความรอบคอบ แต่ไหนแต่ไรแล้วที่ยองเบไปเล่นที่บ้านเขา มักจะต้องลืมอะไรบางอย่างไว้เป็นของต่างหน้าทุกครั้ง รู้สึกเหมือนมีอยู่ครั้งที่ยองเบเอางานด่วนที่มหาลัยมานั่งทำให้เขามองเพราะช่วยอะไรไม่ได้ พอทำเสร็จแล้วก็จรลีกลับไป.....โดยทิ้งงานเอาไว้ให้เขามองต่ออีกเป็นชั่วโมง
ไม่รู้ว่าวันนี้ยองเบเอารถของตัวเองมาหรือเปล่า ไม่รู้สิ ... เขาไม่เคยเห็นยองเบขับรถเองเลยสักครั้ง
ทำไมกันนะ
ทั้งๆ ที่สนิทกันมาก
แต่จียงกลับไม่เคยเห็นแม้แต่การเดินทางของเพื่อนที่มาหาตัวเขาเองเลยสักครั้ง
หาไม่เจอ เพราะท่าทางยองเบคงไม่ได้อยู่บริเวณนี้แล้ว จียงกระชับกระเป๋าเงินที่อยู่ในมือให้แน่นมากยิ่งขึ้น เขาเดินออกมาจนเกือบจะถึงถนนใหญ่แล้ว ห่างจากตัวคอนโดหรูนั่นพอสมควรเลยทีเดียว
จับดูก็รู้ว่าในกระเป๋าของยองเบนี้ไม่มีเงินเท่าไหร่หรอก นอกจากจะแบน บาง ยังเบาอีกต่างหาก
และเขาก็รู้เช่นเดียวกันว่ายองเบไม่ค่อยชอบพกเงินเยอะ และมักจะเก็บเอาไว้ที่อื่นที่ไม่ใช่กระเป๋าตังค์ คงเป็นเพราะโดนฉกไปหลายต่อหลายครั้ง หรือไม่ก็ชอบเอาไปทิ้งไว้ที่นู่นที่นี่บ่อยล่ะมั้ง
แต่ทำไมยองเบถึงยังพกกระเป๋าตังค์ทั้งๆ ที่ไม่เคยได้ใช้...
จียงไม่เข้าใจเหมือนกัน
แต่เหมือนกับกระเป๋าใบนี้มีความสำคัญอะไรบางอย่างกับยองเบ
..........แต่ก็ยังลืมทิ้งไว้อยู่ดี .........ไอ้บ๊องเอ๊ย
จียงกัดเล็บเบาๆ เป็นการใช้ความคิด ถ้าทำแบบนี้ให้ตายยังไงก็หายองเบไม่เจอ
ตาเรียวฉายแววลำบากใจออกมาทันที่ที่คิดวิธีหนึ่งได้ ค่อยๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง แล้วหยิบสิ่งๆ หนึ่งที่ไม่ได้จับต้องมาเป็นเวลาหลายวัน
โทรศัพท์มือถือ....
ถ้ากดเปิดเครื่อง เขาก็จะโทรบอกยองเบได้ แล้วยองเบก็จะกลับมาเอาของได้
นิ้มเรียวค่อยๆ สัมผัสปุ่มสำหรับเปิดโทรศัพท์ือถือ แต่ก็ชะงักค้างเอาไว้
แต่ว่าถ้ากดเปิดเครื่อง ...บางทีอาจจะ...
เอ๊ะ แต่ว่าซึงฮยอนเป็นเพื่อนกับยองเบนี่น่า เราวิ่งขึ้นไปบอกให้ซึงฮยอนโทรบอกยองเบก็คงได้
ให้ซึงฮยอน ...เปิด ...โทรศัพท์
ครืดดดด
O_O
มือถือสั่นในมือของเขาเป็นสัญญาณบอกว่าได้ถูกเปิดขึ้นมาใช้อีกครั้ง ตาเรียวเบิกกว้างออกด้วยความตกใจ ท่าทางมือของเขามันจะทำเกินกว่าคำสั่งไปเสียหน่อยแล้ว จ้องแต่จะรีบ มือเลยดันเผลอไปกดปุ่มที่เมื่อกี้เอานิ้ววางเอาไว้
เจ๊ดดดดดดด ~~
อันที่จริงควอนจียงไม่เคยรู้สึกอยากจะเขวี้ยงมือถือตัวเองทิ้งขนาดนี้มาก่อนในชีวิตเลยนะ
ทันที่ที่หน้าจอมือถือสว่างวาบขึ้นมา มือเล็กนั่นก็รีบกดปิดเครื่องลงอีกครั้ง ก่อนจะหันซ้ายหันขวาด้วยความระแวดระวัง ยัดมือถือของตัวเองเก็บลงไปในกระเป๋ากางเกงอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะวิ่งเข้าไปในคอนโด รถยนต์สีดำเป็นมันวาวก็เบรกเอี๊ยดข้างๆ ตัว
ควอนจียงแทบหยุดหายใจ
ซวยแล้ว!
นั่นเป็นคำเดียวที่สามารถผุดขึ้นมาในหัวตอนนี้
ร่างเล็กยืนนิ่ง มองดูบุคคลที่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนหน้านี้เดินลงมาจากรถ หัวใจเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว ทั้งซ้ายทั้งขวาของเขาถูกคนกลุ่มนี้ปิดเอาไว้จนมองไม่เห็นทางที่จะสามารถหนีออกไปได้
รถสีดำคันแล้วคันเล่าที่เข้ามาจอดสนิทราวกับจะบอกเขาเป็นนัยๆ ว่า ต่อให้หนีก็ไม่มีทางรอด
จียงกัดปากของตัวเองแน่น เขาไม่น่าเผลอไปกดปุ่มเวรนั่นเลยจริงๆ ... นี่ขนาดเปิดเครื่องแค่ไม่กี่วินาทีมันยังตามกลิ่นมาได้เร็วขนาดนี้เชียว
"หยุดหนีเสียที... ไปกับพวกเราเถอะ" หนึ่งในนั้นพูดออกมา ร่างกายผอมบางเริ่มสั่น เสียงในใจกรีดร้องตลอดเวลา เขาไม่ต้องจะกลับไปถูกขังอย่างนั้นอีกต่อไป สมองเริ่มทำการประมวลทางหนีทีไล่ ถึงแม้ว่าจะมองไม่ค่อยเห็นทางจะหนีได้ก็ตาม แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่มีวันกลับไปอีกเด็ดขาด...
"ควอนจียง!"
"ไม่! ไม่ว่ายังไง ฉันก็ไม่ไปกับพวกแก!!" ตะโกนออกไปแล้วรีบหันไปประเคนฝ่าเท้าใส่คนที่อยู่ใกล้มากที่สุด อย่างน้อยเจ้านั่นก็ล้มลงไปพอให้เขาเหยียบเป็นทางผ่านได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าควอนจียงจะรอดพ้นปลอดภัยเสียหน่อย แน่นอนว่าหลังจากลงไม้ลงเท้ากับหนึ่งในยักษ์ชุดดำแล้ว เพื่อนยักษ์ก็มักจะพิโรธไปตามๆ กัน
มันแม่งวิ่งไล่เขาแบบนี้อีกแล้ววววววว~!!!!
จียงวิ่งสุดชีวิต แทบไม่ได้มองเลยว่าตัวเองกำลังวิ่งไปที่แห่งใด แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่า ตอนนี้เขากำลังวิ่งออกมาไกลจากตัวคอนโดที่พักพิงของเขาไกลเหลือเกิน
เขารู้ว่า ถ้าหากซึงฮยอนยังอยู่ข้างๆ เขาตรงนี้ ซึงฮยอนต้องทำอะไรสักอย่างช่วยเขาได้อีกแน่ๆ ถึงแม้วิธีการจะบ้าๆ บวมๆ ไปสักหน่อย
แต่ว่าตอนนี้ซึงฮยอนไม่ได้อยู่ตรงนี้ ใจเขาก็อยากจะกลับหลังหันแล้ววิ่งกลับไปหาคนตัวโตเหลือเกิน เขาแค่อยากให้เรื่องบ้าๆ นี่เป็นแค่ัฝันไป เขากำลังจะมีความสุข แต่ในที่สุดก็กลับมาลงแบบเดิม เขากลับตัวตอนนี้ไม่ทันเสียแล้ว
ขอโทษนะ ... ซึงฮยอน
เราคงจะไม่ได้...
เจอกัน...
อีก ....
แล้..........ว
ปี๊นนนนนนนนนนนนนนน!!!!
ว๊ากกกกกกกกกกกกกกก!!!
เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดด!!!
ตุบบ ...
แสรดดดดดด นี่กูอุตส่าห์จะทำเศร้า ไอ้รถเวรนี่เสือกจะมาทำลายอารมณ์กูอีก
จียงลูบบั้นท้ายตัวเองป้อยๆ เพราะแรงกระแทกเข้ากับพื้นอย่างแรง รถยนต์คันงามที่เมื่อกี้เกือบจะเสยเขาเข้าให้จอดนิ่งสนิท นี่! ห้ามคิดเด็ดขาดว่าคนอย่างคอวนจียงจะวิ่งหน้าโง่ออกไปให้รถชน แล้วทำไมไอ้คนนี่มันถึงมาบีบแตรใส่แล้วก็เกือบจะชนเขาล่ะวะ ... สาบานได้ว่าตั้งแต่เขาหนีมานี่เขาวิ่งอยู่บนทางเท้ามาตลอดเลยนะ ...
เออ! บนทางเท้า!!!
ไอ้รถเชี่ยนี่มันขับเป๋ขึ้นมาตะกายบนทางเท้าทำม๊ายยยยยย!!!~~
"หวาๆๆ ขอโทษคร้าบบบ ผมเพิ่งขับรถครั้งแรก แง๊~~ จะตายแล้วงั้นเหรอ แง๊ๆ" และแล้วไอ้ตัวการที่ขับรถขึ้นมาทักทายผู้คนบนทางเท้าก็ถลาลงมาสำรวจร่างกายผม
"ยังไม่ตายว้อย!" อย่ามาแช่งกูสิ ช่วงนี้รู้สึกจะเสี่ยงตายบ่อยจัง
"งะ... งั้นเหรอฮะ ขอโทษนะฮะ ฮืออ" แล้วนี่จะร้องไห้ทำหอยอะไรวะครับเนี่ย เขาไม่ใช่เหรอคนที่อยากจะร้องไห้เนี่ย
แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เสียงโวยวายข้างหลังก็ดังเข้ามา
ว๊ากกก!!! ลืมอีกแล้วว่ากำลังหนีอยู่ !!!
"นี่นาย! ช่วยฉันหน่อย ขึ้นรถไปเร็ว เร็วเร๊วววววว!!!" ว่าแล้วจียงก็ลากเจ้าของรถที่นั่งเช็ดน้ำตาตัวเองให้ขึ้นนั่งที่คนขับรถ
"ฮึก... แต่ผมขับไม่แข็งนะ....ครับ ฮึก" เจ้าของรถสะอึกสะอื้น
"เออ!!! นั่นแหละ จะแข็งจะอ่อน จะปวกจะเปียกยังไงก็ขับเร็วๆ เข้า ไม่งั้นฉันได้ตายจริงๆ แน่!" อยากจะบอกว่าถ้าเกิดว่าเขาขับเองเป็นป่านนี้คงจะขับไปแล้วล่ะ
อ๊ากกก ไอ้พวกนั้นมันจะถึงตัวรถแล้วววว อ๊ากกกก
บรื๊นนนนนนนนนนนนนน!!
โป๊กกก!!!
รถหรูราคาหลายล้านกระชากตัวออกด้วยความแรงและเร็วชนิดที่ว่าควอนจียงยังไม่ทันมีโอกาสได้เอื้อมไปคว้าเข็มขัดนิรภัยมาคาดจนศีรษะกระแทกเข้ากับกระจกอย่างแรง เจ้าของได้แต่นั่งน้ำตาซึมลูบหัวตัวเองป้อยๆ เมื่อกี้ก็เจ็บก้น ยังจะเจ็บหัวอีก โฮ
และเพิ่งจะรู้ว่า การที่ตัวเขาไปขับเอง อาจจะปลอดภัยมากกว่าให้เจ้านี่ขับก็เป็นได้
"อ๊ากกก จะชนต้นไม้แล้ววว!!!"
"อ๊ากกก ผมควรจะเลี้ยวทางไหน!!!"
"ไปทางซ้ายเซ่ ไปทางขวาเดี๋ยวก็ได้กินข้าวต้มกันหรอก"
"แต่ผมอยากกินข้าวต้มอ่ะ!!"
"ไม่จ๊ายยยยยย!!!!"
จียงหายไปนานมาก....
ชเวซึงฮยอนเพิ่งเริ่มรู้สึกตัวว่าไม่ควรปล่อยให้จียงออกไปไหนคนเดียว หลังจากที่วันนั้นเขารู้สึกเหมือนโดนตามอยู่นั่น เขาก็น่าจะรู้ว่าจียงเหมือนกำลังโดนจ้องทำร้ายหรืออะไรสักอย่างอยู่
เขารีบวิ่งลงมาหาจียงทันที เพราะนี่จียงหายไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว
แล้วนี่เขาจะติดต่อกับจียงยังไง ตอนนี้เจ้าเปี๊ยกอยู่ที่ไหนแล้ว กำลังลำบากอะไรรึเปล่า มาเฟียหนุ่มอยากจะคิดในทางที่ดีเอาไว้ แต่ว่าสถานการณ์ไม่ค่อยอำนวยให้เขาทำอย่างนั้นเอาเสียเลย พอเดินไปถามยามที่อยู่ตรงนั้น บอกว่าจียงวิ่งออกไปจากที่นี่นานพอสมควรแล้ว ได้ยินเสียงโวยวายอะไรสักอย่างเหมือนมีคนทะเลาะกัน หลังจากนั้นก็เงียบไป
ชเวซึงฮยอนแทบทรุดลงไปนั่ง
จียงกำลังอยู่ในอันตราย! (มาก)
ขายาวของลูกชายมาเฟียเตรียมจะวิ่งออกไปตามหา แต่ทว่าต้องรีบกระโดดหาที่ปลอดภัยเมื่อจู่ๆ รถคันหนึ่งก็ถลาเข้ามาในบริเวณคอนโดของเขา ก่อนจะเบรกดังเอี๊ยดจนรถหมุนคว้างฝุ่นตลบอบอวล ใครกันวะที่มาขับรถเลวๆ แบบนี้!!
...เอ๊ะ
...
ทำไม
รถมัน...............
ดู คุ้นๆ จังวะ
"เอ่อ คุณชเวครับ นั่นรถของคุณชเวไม่ใช่เหรอครับ" ยามเอ่ยขึ้นมาเรียกสติของซึงฮยอน ร่างสูงปรบมือเสียงดัง
เออใช่! นั่นรถบ้านเขานี่!!
ชายหนุ่มกำลังจะเดินไปดูว่าใครเป็นคนเอารถที่บ้านออกมาขับเล่นแบบนี้ รู้มั้ยว่ามันอันตรายมาก นี่ถ้าเกิดว่ามีคนเดินผ่านไปผ่านมาตรงนี้ ถ้าเกิดว่าเขาไม่ทำให้ถนนกว้างขวางจนมันเข้ามาชนภายในตัวคอนโดละ แล้วถ้าเกิดว่ารถชนน้ำพุหน้าคอนโดล่ะ มันแพงนะเว้ยยยย!
ยังไม่ทันถึงตัวรถดี ประตูรถที่นั่งข้างคนขับก็เปิดออก พร้อมกับร่างบางๆ ที่แสนคุ้นตา
ยิ่งหัวทองๆ นั่นยิ่งโคตรคุ้นเลย...
"...."
"แหวะ ...อ้วกก อ่อก"
"...."
"....เอ่อ คุณชเวครับ นั่นใช่เด็กผู้ชายที่คุณชเวถามถึงรึเปล่าครับ"
ห๊ะ?
เออใช่!!! นั่นจียงนี่
"จียง!!!"
เขาวิ่งเข้าไปดูอาการของจียง ที่ตอนนี้กำลังอาเจียนจนตัวโก่ง ใบหน้าซีดเซียวที่ซึงฮยอนเห็นแล้วสงสารขึ้นมาจับใจ คงกลัวมากเลยสินะ
"ไอ้พวกนั้นมันวิ่งไล่นายอีกแล้วงั้นเหรอ เหนื่อยจนอาเจียนงั้นเหรอจียง ขอโทษนะ ฉันไม่น่าปล่อยนายลงมาคนเดียวเลย" จียงเงยหน้าขึ้นมามองตาขวาง เหมือนกับต้องการจะบอกอะไรบางอย่างกับเขา
"แหวะะ...แค่กๆ"
ยามวิ่งเอาผ้ากับน้ำมาให้ซึงฮยอน ซึ่งเขาก็ส่งต่อให้กับจียง ร่างเล็กล้างปากก่อนจะเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเอง หอบหายใจถี่รัว
"ซึงฮยอน ... ที่จริงฉัน...."
"ขอโทษคร้าบบบบ TOT ผมเพิ่งขับรถจริงๆ แล้วผมก็แยกเบรกกับคันเร่งไม่ออก ผมไม่รู้ว่าต้องเริ่มเหยียบยังไง รถมันเลยกระชาก แล้วผมก็ .. ก็ .. ก็ แง๊~ อย่าตายนะครับบบบ" แล้วจู่ๆ ท่าทางจะเป็นคนที่ขับรถน่าหวาดเสียวที่ก็ถลามาเขย่าจียงแรงๆ สุดท้ายก็เขานี่แหละที่ต้องเป็นคนแยกเจ้านี่ออกจากจียงก่อนที่จียงจะอ้วกออกมาอีกรอบ
"ฮะ..เฮ้ยย...." ผมร้องออกมา เพราะคนที่ผมกำลังยันให้ออกห่างจากจียงนี่คือ...
"ฮะ...ฮยองงงง~~~"
"ซึงรี!!!"
TBC
edit @ 27 Nov 2009 20:36:28 by ArtemIz { กิ๊ฟ } ★

