[BB-SF] Lavender [2/2] : TOPxGD

posted on 22 Apr 2010 17:41 by artemiz48 in ShortFic

 

 

 



Title : Lavender [2/2]
Pairing : Choi Seunghyun x Kwon Jiyong
Author : ArtemIz
Rating : PG-13
Genre : Drama
Warning : YAOI [ BOYxBOY ]
note : แต่งไปเช็ดขี้มูกไป


ปล. รูปที่นำมาเป็นโปสเตอร์นำมาจาก [Lavender] นะคะ ^ ^ ลองเข้าไปทุ่งลาเวนเดอร์กันน๊า สวยดี ^ ^

อ่าน ตอนที่ 1 กันก่อนนะฮะ >O<~ (เพื่อเพิ่มอารมณ์ดราม่าให้ถึงขีดสุด ...เท่าที่หนูทำได้ TT TT)



















ท็อปสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงฟ้าผ่า มือหนาของเขากุมขมับตัวเองที่ตอนนี้รู้สึกได้ว่ามันกำลังเต้นตุบๆ อย่างน่ารำคาญ ผ้าห่มสีขาวสะอาดถูกร่นไปอยู่ที่ปลายเท้า เขาหันไปมองอีกร่างในห้องที่กำลังนอนหลับสนิท


เขาฝันอีกแล้ว ....


เรื่องเมื่อหนึ่งปีก่อน เรื่องที่ราวที่เรียกได้ว่า เป็นสิ่งที่เขาจะไม่มีวันลืมไปอีกตลอดชีวิต


เขาหันกลับมามองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ฝนตก? ไม่น่าล่ะช่วงนี้ถึงได้อากาศร้อนนัก


...หรืออาจจะเป็นที่ตัวเขากันแน่นะ ที่กำลังร้อนใจ .....


หนึ่งปีแล้ว .... หนึ่งปีผ่านไป


แต่ภาพในวันนั้นยังคงติดตราฝังลึกลงไปในใจของท็อปไม่เลือนลาง


เสียงยางล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนบ่งบอกถึงการเบรกอย่างกะทันหัน เสียงดังกึกก้องจากการเบรกไม่ทันที่เพียงได้ยินก็ทำให้หัวใจกระตุกวูบ ก่อนจะค่อยๆ ถูกบีบและกรีดทำลายลงอย่างไร้ไม่มีเยื่อใย กับภาพที่คนที่เขารักมากที่สุดนอนจมอยู่ในกองเลือด


หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างไม่รู้ รู้เพียงว่าเขาทำทุกอย่าง ทุกวิถีทางเพื่อให้จียงฟื้นขึ้นมา แก้มกลมอมชมพูของจียงขาวซีดลงอย่างน่ากลัวเพราะเลือดที่ไหลออกนอกร่างกาย เป็นไปได้เขาอยากเป็นคนที่ลงไปนอนตรงนั้นแทนจียงเสีย


ท็อปรู้สึกถึงน้ำอุ่นๆ ที่ไหลละแก้ม เขายกมือที่สั่นเทาขึ้นปาดน้ำตานั่นออก เขาร้องไห้อีกแล้ว?


เพียงนึกถึงวันนั้นน้ำตาก็ไหลออกมาเพราะความเสียใจอย่างไม่รู้ตัว...


ท็อปเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าจนเกลี้ยง ก่อนจะตัดสินใจเดินไปเปิดไฟ ในห้องสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง ....


เขานั่งลงข้างๆ ร่างเล็กๆ ที่คุ้นเคย เขารู้จักจียงมาสองปีกว่าแล้วสินะ ... แต่เขากลับรู้สึกเหมือนกับได้เห็นเจ้าตัวเล็กคนนี้เดินเข้ามาถามทางด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ อยู่เลย ท็อปยกริมฝีปากขึ้นมาเล็กน้อย อา... นี่เขาลืมไปแล้วจริงๆ หรือเนี่ย .......ว่าวิธียิ้ม ทำยังไง


เขาหลับตาแน่น แต่มือยังคงลูบแก้มเนียนของจียงอย่างเบามือ ....


....มันไม่เป็นสีชมพูมานานแค่ไหนแล้วนะ .....


ออ .....ครบปีพอดีเลย


ท็อปปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างช้าๆ กับการนั่งมองจียงที่กำลังหลับใหล และเขารู้สึกว่าน้ำตาของเขากำลังจะไหลออกมาอีกครั้ง หลังจากที่เขาก้มลงไปประทับจูบที่ริมฝีปากของจียง....


เย็นเฉียบ ......จนหัวใจเจ็บราวกับถูกมีดเป็นพันเล่มกระหน่ำแทง


แต่ถึงอย่างนั้นก็ละสายตาออกจากไม่ได้




เพราะ ควอนจียงเป็นผู้ชายที่น่าหลงใหล ....


แม้จะไม่ใช่คนที่หน้าตาดีเลิศเลอ ไม่ได้หน้าตาสะสวยราวกับผู้หญิง แต่ว่ากลับมีความน่าหลงใหลอยู่อย่างไม่น่าเชื่อ


แม้กระทั่งตอนหลับ ....ควอนจียงก็น่าหลงใหล ไม่แพ้ตอนตื่นจากนิทราเลย ......


.
.


ใช่ .... แม้หลับใหลเป็นเจ้าชายนิทรา จียงยังคงน่าหลงใหล จนเขาถอนหัวใจให้ออกจากคนตรงหน้าไม่ได้


.....ไม่มีวัน

















แกร๊ก...


ท็อปสะดุ้งตื่นขึ้นอีกครั้ง พบว่าเขาหลับไปทั้งๆ ที่ยังนั่งกุมมือเล็กๆ ของจียงเอาไว้ เขาหันไปมองที่ประตูห้องที่จียงเข้ารับการรักษาอยู่ เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่เดินเข้ามาเขาก็ตื่นเต็มตาทันที


ปาร์คฮงจุนยืนอยู่นิ่งๆ ที่ประตู ก่อนจะพยายามยิ้มทักทายท็อปยามเช้า "สวัสดีครับ"


แน่นอน ท็อปไม่เคยสนใจกับคำทักทายของนักธุรกิจหนุ่ม ชายเจ้าของร้านขายตุ๊กตาเบือนหน้าหนีก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้เก่าๆ ของตัวเองขึ้น ก่อนจะเดินออกเขาก้มลงไปกระซิบลากับจียง หวังว่าคนที่หลับไม่รู้เรื่องจะยังได้ยินสิ่งที่เขาพูดบ้าง ....สักนิดก็ยังดี


ท็อปเดินออกมาจากห้องของจียง เขาไม่อยากจะยืนอยู่ที่เดียวกับปาร์คฮงจุนแม้แต่วินาทีเดียว เขาไม่อยากมองหน้าคนๆ นี้ด้วยซ้ำ อยากจะหาอะไรปาใส่หน้าไล่ออกจากห้องของจียงหลายต่อหลายครั้ง ....


....แต่ทำไม่ได้


เพราะปาร์คฮงจุนเป็นเจ้าของไข้ของจียง เป็นคนจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาทั้งหมดของจียง ...ไม่ใช่เขา


คนจนๆ มีหนี้สินท่วมหัวเป็นแสนเหรียญอย่างเขาจะอาจหาญไปทำอะไรประธานบริษัทได้ แค่ปัญญาจะห้ามไม่ให้พาจียงไปยังทำไม่ได้เลย ....


เพราะอย่างนั้นจียงถึงต้องเป็นแบบนี้ ....


เพียงเพราะความแตกต่างของเขา เท่านั้นหรือ.......


ท็อปกล้ำกลืนน้ำตาที่ไหลในหัวใจด้วยความรังเกียจตัวเองตลอดทางที่เดินกลับไปยังโลกใบเล็กๆ ของตัวเอง






ชายหนุ่มค่อยๆ เปิดประตูหน้าร้านของตัวเองช้าๆ เขาไม่ได้กลับมาที่นี่ประมาณสองวันแล้ว หนำซ้ำเขาไม่ได้เปิดร้านมาเป็นเดือนแล้วด้วยซ้ำ ท็อปกุมขมับตัวเองอีกครั้ง เขาจะทำยังไงดี ...


เขาอยากดูแลจียงทุกวัน เขาอยากไปหา เขาอยากนั่งข้างๆ กายที่หลับใหลตรงนั้น เขาอยากเป็นคนแรกที่เห็นจียงลืมตา และเขาอยากเป็นคนแรกที่จียงมองเห็น


ทว่า ....นั่นหมายถึงเขาอาจจะไม่มีเวลาเหลือมากพอให้ได้ทำงานของตัวเขาเอง


หรือเขาจะเอางานของเขาไปทำขณะที่นั่งอยู่เป็นเพื่อนจียงดีนะ อืม....เป็นความคิดที่ไม่เลวเลยสำหรับเขา


แต่จะเอาเวลาตอนไหนมาเปิดขายเล่า ?


ท็อปคิดไม่ตกเสียที หนี้สินของลุงงี่เง่านั่นยังคงไม่ลดลงไปแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้านั่นตายไปหรือยัง หรือว่านั่งสบายใจอยู่ที่บ้านหลังโอ่อ่าที่สร้างขึ้นอย่างเกินตัวกันแน่


ยิ่งคิดยิ่งแค้น ยิ่งคิดยิ่งรังเกียจเพียงแค่คิดว่าอาจมีสิ่งที่เหมือนกันเพียงเล็กน้อยไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขาด้วย ....


ทว่า ขณะที่เขาเดินผ่านเข้าไปในห้องสำหรับนั่งทำงานแฮนด์เมดของเขานั่นเอง กลิ่นที่แสนคุ้นเคยก็โชยมาติดจมูก


ท็อปหันไปมองแจกันทันที ...กลิ่นมันช่างเบาบางยิ่งนัก เพราะดอกลาเวนเดอร์สีม่วงสวยนั่นเหี่ยวเฉาไปหมดแล้ว เขาเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าแจกันใบโต ที่จียงมักจะซื้อดอกลาเวนเดอร์มาปักเอาไว้ทุกๆ อาทิตย์ จียงพูดกับเขาเหมือนเดิมทุกครั้งเวลาที่จัดดอกไม้ลงในแจกันใบนี้ .... เขาบอกว่า ลาเวนเดอร์มีสรรพคุณช่วยลดอาการตึงเครียดได้นะ ....


ใช่ จำได้ไม่เคยลืมหรอก จียงพูดแบบนั้นเพราะไม่อยากให้เขามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับงานมากเกินไป และทุกครั้งที่จัดดอกไม้เสร็จ เจ้าตัวเล็กของเขามักจะวิ่งเข้ามากอดอย่างเดิมทุกครั้ง ท็อปเผลอจับแก้มตัวเองอย่างลืมตัว เพียงคิดถึงสัมผัสนุ่มละมุนนั่นเขาแทบจะบ้า


....คิดถึง ......


ใจจะขาด ....


ท็อปทิ้งดอกลาเวนเดอร์ที่เหี่ยวเฉานั่นลงถังขยะ


พรุ่งนี้เขาจะเอาดอกใหม่มาใส่แทน.......













"พี่ท็อป~ จะนั่งเหม่ออีกนานมั้ยเนี่ย ทำเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นจียงขายหมดร้านจริงๆ ด้วย!" เสียงต่อว่าเรียกให้ท็อปหันกลับมานั่งทำงานอีกครั้ง เขาค่อยๆ เย็บขาสิงโตตัวน้อยอย่างระมัดระวัง เขาแค่หันไปมองเก้าอี้ตัวข้างๆ แป๊บเดียวเอง จียงอ่ะ


"...เก้าอี้ตัวนั้น มีอะไรพิเศษเหรอ?" จู่ๆ จียงที่เงียบไปก็ถามขึ้นมา ท็อปเงยหน้าขึ้นมองเจ้าตัวเล็กที่กำลังปั้นหน้าสงสัยอยู่ข้างๆ


ท็อปนิ่งไปครู่หนึ่ง นิ่งจนจียงรู้สึกใจเสียที่ถามออกไปแบบนั้น แต่จะบอกว่าไม่อยากรู้แล้ว อีกฝ่ายก็พูดขึ้นมาเสียก่อน


"มันเป็นที่นั่งของพี่สาวพี่น่ะ...." ท็อปพูดแล้วหันไปมองมันอีกครั้งด้วยแววตาเศร้าสร้อย จียงเอียงคอด้วยความสงสัย แต่ไม่ได้ถามอะไรออกไป


"เมื่อก่อนนี้ ที่ร้านนี้น่ะ เป็นของที่พ่อกับแม่ของพี่ช่วยกันสร้างขึ้นมา พ่อทำโมเดลขาย ส่วนแม่เย็บตุ๊กตา ....แล้วทั้งสองก็ค่อยๆ ถ่ายทอดความรู้เหล่านั้นให้กับพี่แล้วก็พี่สาว เมื่อก่อนพี่ไม่ได้เป็นคนทำตุ๊กตา แม่กับพี่สาวของพี่ต่างหากที่ทำ เพราะพี่เป็นผู้ชาย เลยนั่งทำโมเดลกับพ่อ ทั้งรถถัง ทั้งเครื่องบิน อย่างนู้นอย่างนี้ ...มากมายจนพี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทั้งหมดนั่นมันอยู่ที่ไหนบ้างแล้วตอนนี้...." ท็อปหยุดพูด หันมายิ้มให้จียง ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่จียงคิดว่าดูเศร้าที่สุดเท่าที่เคยได้เห็นรอยยิ้มของคนทุกคน


"แต่ว่าพ่อกับแม่ของพี่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ....เสียชีวิตที่เกาหลี ระหว่างเดินทางไปเยี่ยมญาติที่นั่น....." จียงเบิกตาขึ้นด้วยความตกใจ


"พี่สาวของพี่ ...ตั้งใจนั่งเครื่องไปรับศพพ่อกับแม่พี่ที่เกาหลีเอง ....ส่วนพี่ถูกบังคับให้เฝ้าร้านและบ้านเอาไว้" จียงนั่งฟังความหลังของท็อปเงียบๆ ในใจแกว่งด้วยความตกใจ ท็อปสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเล่าประโยคต่อไป


"....แต่เครื่องบินตก .....ไม่มีใครรอด .....ร่วมทั้งพี่สาวของพี่ ......ที่กำลังจะไปรับพ่อกับแม่มาทำพิธี ......" เสียงของท็อปสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่ เสียงนักข่าวในทีวีรายงานข่าวเครื่องบินที่พี่สาวของเขานั่งไป รายชื่อผู้เสียชีวิตที่วิ่งบนหน้าจอโทรทัศน์มีชื่อพี่สาวของเขารวมอยู่ด้วย ท็อปในวันนั้นรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งโลกนี้ไม่มีที่ให้เขาได้ยืนอยู่อีกต่อไป


"พี่ไม่เคยทำโมเดลอีกเลย ทั้งรถ ทั้งเครื่องบิน ...มันทำให้พี่นึกถึงสิ่งที่คร่าชีวิตครอบครัวของพี่ไป" ท็อปไม่เคยออกไปเที่ยวที่ไหนหลังจากนั้น เขาหลีกเลี่ยงการใช้รถ ไม่ว่าจะเป็นรถแบบไหนก็ตาม


"บ้านหลังนี้ ธุรกิจตุ๊กตานี้ ...คือสิ่งเดียวที่พ่อกับแม่และพี่สาวของพี่ทิ้งเอาไว้ให้...." เพราะฉะนั้นชายหนุ่มไม่เคยคิดอยากจะจากบ้านนี้ไปเลยแม้แต่ครั้งเดียว รวมทั้งเรื่องการคิดจะเปลี่ยนอาชีพของตัวเองยิ่งไม่อยากทำ ตราบใดที่เขาเติบโตมาได้ด้วยฝีมือของพ่อและแม่ เขาอยากให้พ่อแม่และพี่สาวของเขาเห็นว่า เขาก็สามารถอยู่ต่อไปได้ โดยใช้สิ่งที่พวกเขาพร่ำสอนนั่นแหละ ดำเนินชีวิตต่อไป เขาไม่สนใจว่าใครจะมองว่าเขาหยิ่งที่ปฏิเสธการเชิญชวนไปทำงานอย่างอื่น เขาพอใจกับสิ่งนี้แล้ว ....เพราะเขาได้อยู่กับครอบครัวของเขา


"พี่สาวพี่ชอบนั่งที่เก้าอี้ตัวนั้นน่ะ ....พี่มักจะคิดถึงภาพตอนที่เธอทำตุ๊กตาบ่อยๆ" ท็อปพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ร้องไห้ เขาไม่อยากให้จียงเห็นเขาร้องไห้นักหรอก แต่ว่า พอเงยหน้าขึ้นไป กลับเจอกับเจ้าตัวเล็กที่นั่งน้ำตาท่วมหน้า เท่านั้นแหละ ท็อปแทบลืมความรู้สึกเศร้าเมื่อกี้เป็นปลิดทิ้ง


"เฮ้ยย~!! จียงง ร้องไห้ทำไมเนี่ย" เขาใช้นิ้วปาดน้ำตาออกจากหน้าใสนั่นทันที แต่ดูเหมือนปาดออกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหมดง่ายๆ


"ฮึก... ก...ก็ ....จียงทึ่งอ่ะ ...ก็...ก็พี่ท็อป ฮึก อยู่ต่อได้ พี่...ฮึก ....พี่เก่งจัง พี่ท็อปเก่งที่สุดเลย ฮืออออ....." อ้าวเว้ยเฮ้ย ร้องหนักกว่าเดิมอีก


"จียงหยุดร้องน่า เฮ้! พี่เป็นคนเล่าพี่ยังไม่ร้องไห้เลยนะ" ท็อปพยายามปลอบเจ้าตัวเล็ก เขาคว้าจียงเอามากอดเอาไว้แน่น ปล่อยให้จียงใช้เสื้อของเขาเป็นกระดาษทิชชู่


"....โก..หก" จียงพูดเสียงอู้อี้ ...


"เห?"


"พี่ท็อปน่ะ .... จริงๆ พี่อยากร้องไห้ใช่มั้ยล่ะ ...ฟืดด ต..แต่ พี่ไม่อยาก ให้ใครเห็นพี่ร้องไห้มากกว่า ....ฮึก พี่ถึงได้ไม่ร้อ ง .." จียงพูดไปสะอื้นไป  ท็อปปิดปากเงียบไม่พูดอะไร เพราะสิ่งที่จียงพูดออกมามันแทงใจดำเขาเหลือเกิน


"เพราะฉะนั้นนะ ... จ...จียงจะ...ร้องไห้แทนพี่เองนะ ฮึกก...ฟืดด" แล้วจียงก็กอดเขาแน่นร้องไห้ต่อจากเดิมอีกยกใหญ่


ท็อปนั่งงงๆ กับคนที่กำลังสะอื้นในอ้อมแขนเขา ....ในที่สุดก็หลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง เชื่อเถอะ จียงเป็นคนเดียวที่เห็นรอยยิ้มเขามากที่สุด ....


จียง....น่ารักชะมัด .....


ว่าแล้วก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นมากยิ่งขึ้น หัวใจของท็อปถูกเติมเต็มหลังจากที่โดดเดี่ยวมาหลายปี ตอนนี้เขามีจียงแล้ว คนที่กล้าเข้ามาเติมชีวิตของเขา


จียงเงยหน้าขึ้นมามองเขาทั้งๆ ที่น้ำตาและน้ำมูกยังไหลเกรอะ แต่ว่าท็อปไม่มองว่าน่าเกลียดแต่อย่างใด เขาว่าน่ารักไปด้วยซ้ำ


"......จียงจะอยู่กับพี่ท็อปอย่างนี้ตลอดไปเลยนะ......"












เฮือกกก!!!


ท็อปสะดุ้งตื่นขึ้นอีกครั้ง น้ำตาไหลอีกแล้ว .... เขายังคงนั่งอยู่ที่โซฟาตัวเดิมที่ไว้ใช้ทำตุ๊กตา พอหันไปมองนาฬิกาก็พบว่าเย็นมากแล้ว และเวลานี้ก็เป็นเวลาที่เขาจะไปนั่งเป็นเพื่อนจียงอีก ...


ท็อปรีบอาบน้ำแต่งตัว ไม่ลืมที่จะติดอุปกรณ์ไปทำตุ๊กตาในโรงพยาบาลด้วย


เขารู้สึกว่าตาแห้ง... คงเพราะช่วงนี้น้ำตาไหลออกมาบ่อยล่ะมั้ง ....


คงอย่างนั้นแหละ .... เพราะตอนนี้จียงร้องไห้แทนเขาไม่ได้นี่น่า ...........



















เป็นอีกวันที่ท็อปเดินหนีปาร์คฮงจุน แน่นอนเขาอารมณ์เสียทุกครั้งที่เห็นหน้าประธานบริษัทของจียง เขาฝังความรู้สึกเกลียดชังที่คนๆ นั้นเป็นเหตุที่ทำให้จียงของเขาถูกรถชน ท็อปไม่อยากมองหน้า ไม่อยากพูดด้วย ไม่อยากแม้แต่จะเดินเข้าไปใกล้...


ท็อปกระชากประตูร้านของตัวเองให้เปิดออกด้วยมือข้างขวา ส่วนข้างซ้ายนั้นอุ้มช่อลาเวนเดอร์อย่างทะนุถนอม คำพูดของปาร์คฮงจุนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเขาไม่ยอมหายไป อะไรวะ ....ใครจะไปยอม ...


แต่ว่าพอประตูร้านเปิดเท่านั้นแหละ ของที่เฝ้าทะนุถนอมมาก็ร่วงลงสู้พื้นทันที ...


กลิ่นหอมของลาเวนเดอร์?


ท็อปรีบวิ่งเข้าไปในร้านทันที ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาตะลึง


ดอกลาเวนเดอร์ที่เมื่อวานเขาเป็นคนทิ้งลงถังขยะกับมือ ....ในวันนี้มันกลับมีช่อลาเวนเดอร์ช่อใหญ่ ใหญ่มาก มาจัดแทนที่อย่างสวยงาม กลิ่นหอมของมันฟุ้งกระจายออกไปทั่วร้าน


เป็นไปได้ยังไง?


เขาไม่ได้กลับมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากออกไปหาจียงแล้ว


แล้วเ