[BB-SF] The Lost Memory [3/3] : TOPxGD

posted on 18 Mar 2011 15:20 by artemiz48 in ShortFic


Title : The Lost Memory [3/3]
Fandom : Bigbang
Pairing : Choi Seunghyun x Kwon Jiyong
Author : ArtemIz
Rating : PG-13
Genre : AU , Drama


image song : Don't Forget - OST. IRIS
Note : จริงๆ เพลงนี้เคยฟังมาสักพักแล้ว เพราะว่าดูเรื่อง IRIS ของพ่อเจ้าประคุณนั่นแหละ 55+ แต่บังเอิญว่าคิดไม่ทันสินะ กร๊ากกกก ถ้าเกิดว่าพอมีเวลาสำหรับคนที่อ่านมาแล้ว หรือว่าใครที่เพิ่งเข้ามาอ่าน ลองฟังเพลงนี้แล้วอ่านใหม่ดู ก็น่าจะได้รสมากขึ้นนะคะ >O<











"จะไม่ไปหามันอีกแล้วจริงๆ เหรอ" ยองเบเอ่ยถามเพื่อนรุ่นพี่ของตัวเอง ร่างสูงของซึงฮยอนยืนรอจ่ายค่ายาของจียงที่ไม่ว่ายองเบจะพูดยังไงซึงฮยอนก็ยืนยันว่าจะเป็นคนจัดการเรื่องยาทั้งหมดของจียงให้เอง


เสี้ยวหน้าของซึงฮยอนที่ยองเบเห็น ยิ่งทำให้รู้สึกเห็นใจเพื่อนคนนี้เหลือเกิน ...ทำไมยองเบจะไม่รู้ว่าเพื่อนของเขาเสียใจมากแค่ไหน เพราะซึงฮยอนทั้งรัก ทั้งรอ รอแค่จียงคนเดียวจนยองเบกลัวมันจะเป็นบ้าไป ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมามันทำให้ยองเบอดสงสารในเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ได้ ....และก็อดโทษตัวเองไม่ได้ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ซึงฮยอนต้องมาพบกับจียง อย่างที่เขาเคยคิดว่า หากเขาไม่นัดเพื่อนคนนี้มาที่โรงเรียน หรือถ้าเขาเดินออกไปหา ซึงฮยอนก็จะไม่พบกับจียง ...ชีวิตของซึงฮยอนคงจะไม่ต้องทนเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าขนาดนี้


ซึงฮยอนรับยาจากพยาบาล ก่อนจะหันมาทางเขา ดวงตาคู่สวยตอนนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ถึงอย่างนั้นซึงฮยอนก็ยังคงยิ้ม ....


"แกเป็นหมอคงไม่ต้องบอกวิธีกินสิเนอะ ...แต่จียงกินยาไม่เก่งนะ เตรียมน้ำไว้เยอะๆ ด้วย ... ยองเบ .... จียงขี้ร้อน แต่ว่าถ้าตากแอร์มากๆ จะไม่สบาย ต้องเตือนบ่อยๆ นะ ว่าให้ห่มผ้าห่ม อย่าลืมนะ ว่าจียงไม่ชอบกินโจ้ก ให้ทำเป็นขนมปังไว้กินตอนเช้าแทน แล้วก็ .... " เชื่อเถอะว่าตอนนี้ยองเบไม่รู้จะพูดอะไรหรือแม้แต่จะเอามือตัวเองไปวางไว้ตรงไหนยังไม่รู้เลย เขาได้แค่ยืนมองเพื่อนรุ่นพี่ของตัวเองพูดทุกเรื่องราวเกี่ยวกับจียง บางเรื่องยองเบรู้ดี บางเรื่องยองเบไม่เคยรู้ และบางเรื่องรู้ ...แต่ลืมไปแล้ว ทว่าทั้งหมดนั้นอยู่ในความทรงจำทั้งหมดของซึงฮยอน ยองเบรับยามาจากเพื่อน ปากเขาแข็งเกินกว่าจะพูดปลอบใจออกไปได้ และเหมือนคนตรงหน้าจะไม่ได้ต้องการมันเท่าไร


"...ของ...ของจียง ....เดี๋ยวจะทยอยส่งไปให้นะ ....." น้ำใสๆ ไหลรินลงจากขอบตา แต่เจ้าตัวไม่แม้แต่จะเช็ดออก "แล้วก็....ฝากนี้ไปให้จียงด้วยนะ" ซึงฮยอนยื่นช่อดอกไม้สีขาวที่นำมาเยี่ยมจียงทุกครั้ง ยองเบรับมันมาทั้งๆ ที่ไม่รู้สึกว่าอยากจะรับมันมาเลย แต่พอเห็นแววตาขอร้องของคนตรงหน้าก็อดที่จะต้องทำตามไม่ได้


"ซึงฮยอน .... ไม่คิดจะไปหาจียงอีกแล้วอย่างนั้นจริงๆ เหรอ" ในที่สุดก็ถามคำถามเดิมออกไป ซึงฮยอนที่ตอนนี้น้ำตาไหลอาบใบหน้าคมคาย ยิ้มก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ เป็นคำตอบ


"...ไม่เจอกันน่าจะดีกว่า .... ถ้าลืมกันไปจริงๆ คงจะดีกับจียงมากกว่า ...." ความคิดเลวๆ ในครั้งนั้นที่ซึงฮยอนคิดไว้ สุดท้ายก็ย้อนกลับมาหาตัวเอง


"ซึงฮยอน"


"ไปเถอะ ...จียงรอนานแล้ว โชคดีนะ ....แล้วก็... ดูแลจียงแทนฉันด้วยนะ" เพราะรู้ดีว่าเพื่อนคนตรงหน้าไม่มีทางจะเดินผละจากเขาไปก่อน ซึงฮยอนจึงรีบกลับหลังก่อนจะเดินออกจากบริเวณนั้นให้เร็วที่สุด


ต่อจากนี้คงไม่มีอีกแล้วการรอคอยที่แสนยาวนาน ไม่มีแล้วความเจ็บปวดจากการผิดหวัง และไม่มีอีกแล้วความสุขจากรอยยิ้มของจียง


แต่ซึงฮยอนเป็นคนโง่ .... เพราะฉะนั้นความหวังโง่ๆ อย่างสุดท้าย ...


ขอแค่เสี้ยววินาที ... ที่จียงจำได้ว่าเคยมีซึงฮยอนในหัวใจ ...แค่นั้นก็พอ













จียงเดินอยู่ในโรงพยาบาลเงียบๆ ยองเบบอกว่าจะไปจ่ายค่ายาของเขา ตอนแรกก็อยากจะจ่ายเองอยู่หรอก แต่พอหยิบกระเป๋าเงินตัวเองขึ้นมาดูแล้วก็พบว่าข้างในมีเงินอยู่แค่ไม่กี่พันวอน ไม่รู้ว่าทำไมในกระเป๋าถึงมีเงินเหลืออยู่แค่นั้น ปกติเขาปกไม่ต่ำกว่าหมื่นวอนอยู่แล้ว แน่นอนเอาไว้ช้อปปิ้ง


กำลังเดินอยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่ามีอะไรวิ่งพุ่งเข้าชนเขาจนเกือบจะเซ พอหันก็เจอกับหน้าเล็กๆ ของเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆ ที่กำลังยิ้มให้เขา ยิ้มกว้างชนิดที่ว่าตาปิดไปเลยทีเดียว


จียงยิ้มตอบเด็กหญิงตัวน้อย ลูบมือเล็กๆ นั่นอย่างเบามือ เขากำลังจะเปิดปากพูดก็ถูกแย่งพูดไปเสียก่อน


"พี่จียงงง คิดถึงพี่จียงจังเลยค่ะ" มือขาวของจียงชะงัก มองหน้าเด็กน้อยที่เพิ่งบอกคิดถึงเขานิ่งๆ


จียงพลิกตัวลงมานั่งยองๆ ให้เสมอกับน้อง เขาขมวดคิ้วเข้าหากันขณะที่มองหน้าเด็กหญิง



"ขอโทษนะครับ ...น้องชื่ออะไรฮะ แล้วเราเคยรู้จักกันมาก่อนเหรอครับ...."




คังแดซองได้ยินเสียงน้องอึนนาร้องไห้ เลยรีบวิ่งออกมาจากห้องของน้องแจวุคโดยมีน้องแจวุคติดมาในอ้อมกอดด้วย เมื่อกี้น้องอึนนาบอกว่าเห็นพี่จียง เลยรีบวิ่งออกไปจากห้องน้องแจวุค ซึ่งแน่นอนแดซองไม่ทันบอกหรอกว่าพี่จียงแอดมิดเข้ามานอนในโรงพยาบาลเมื่อหลายคืนก่อน แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่ารุ่นพี่ที่เขาดูแลอยู่นั้นป่วยเป็นอะไร


แดซองเป็นบุรุษพยาบาลที่รับหน้าที่ดูแลจียงระหว่างที่จียงอยู่โรงพยาบาล แน่นอนว่าเรื่องที่จียงเป็นหมอจิตเวชของเด็กๆ นั่นเป็นเรื่องที่พี่ยองเบสร้างขึ้นมาเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อหาข้ออ้างให้พี่จียงมาอยู่ที่โรงพยาบาลโดยไม่สงสัยอะไร พี่ซึงฮยอนมีงานของตัวเองที่จะต้องทำ ไม่สามารถอยู่ดูพี่จียงได้ตลอดเวลา ทั้งพี่ซึงฮยอนทั้งพี่ยองเบจึงจ้างเขาให้ช่วยดูแลพี่จียงที่รับหน้าที่ดูแลน้องๆ อีกทอดหนึ่ง


อาการของพี่จียงมักจะเกิดขึ้นเป็นพักๆ ในช่วงแรกที่มาทำงาน เมื่อมีอะไรมากระตุ้นให้นึกถึงความทรงจำที่สูญเสียไป พี่จียงมักจะปวดหัวจนต้องให้ทานยาระงับ จนมาช่วงหลังๆ นี้ที่พี่จียงแทบไม่มีอาการอย่างที่ว่า


แต่ตอนนี้คังแดซองไม่มั่นใจแล้วว่า คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ ....ยังเป็นพี่จียงที่เขารู้จักอยู่อีกรึเปล่า


"ขอโทษนะครับ ไม่รู้ว่าผมพูดอะไรผิดรึเปล่า น้องเขาร้องไห้ใหญ่เลย" จียงอุ้มอึนนาขึ้นเพื่อปลอบประโลม แต่ทว่าด้วยคำพูดที่ห่างเหินยิ่งทำให้อึนนาร้องไห้หนักขึ้นกว่าเก่า ทันทีที่อึนนาหันมาเจอแดซองก็ผละออกจากอ้อมกอดของจียงแล้ววิ่งไปหาแดซองอย่างรวดเร็ว


"พี่แดซอง พี่แดซอง ... ฮึก พี่จียง ...พี่จียงแกล้งอึนนา ...ฮึก พี่จียงบอกว่าจำอึนนาไม่ได้ ฮึก ......พี่จียงแกล้งอึนนา ฮืออออ" แดซองกอดทั้งน้องแจวุคและน้องอึนนาพร้อมๆ กัน ลูบผมนิ่มๆ นั่นเป็นการปลอบประโลม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจียงที่ยืนมองน้องสาวด้วยความรู้สึกผิด


"..พี่จียง ..." จียงสะดุ้ง หันมามองคังแดซองด้วยแววตาสงสัย ความว่างเปล่าในแววตาของพี่จียงนั่นทำให้แดซองรับรู้ทันที ว่าพี่จียงที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขา ไม่มีเขาอยู่ในความทรงจำอีกต่อไป


"เอ่อ ... ขอโทษนะครับ แต่ว่า ...คุณคือ..." ไม่ทันจะพูดอะไรต่อ ตาก็เหลือบไปเห็นยองเบกำลังวิ่งมาทางนี้


คังแดซองยิ้มเศร้าๆ เมื่อมองหน้าพี่ยองเบของเขา ซึ่งนั่นทำให้คนที่มาใหม่เข้าใจได้ว่าแดซองก็รู้แล้วถึงการเปลี่ยนไปของจียง ทำได้แค่ยิ้มบางๆ ตอบไปเท่านั้น


บุรุษพยาบาลลุกขึ้นยืน จับมือเล็กๆ ของน้องเอาไว้ "อึนนาครับ แจวุค ...กลับไปเล่นที่ห้องกันต่อนะ วันนี้พี่แดซองมีการ์ตูนมาให้ดูด้วยล่ะ" อึนนายังคงสะอื้น แต่ก็พยักหน้ายอมรับแต่โดยดี แจวุคที่เหมือนจะไม่เข้าใจเรื่องราวจ้องหน้าของจียงก่อนจะหันกลับมามองอึนนาและแดซอง น้ำตาของเด็กน้อยไหลออกมาทันที คังแดซองจึงต้องรีบพาเด็กน้อยกลับเข้าห้องก่อนที่เรื่องราวมันจะไปกันใหญ่


จียงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความงุนงง หันไปถามเพื่อนของตัวเอง


"ยองเบ เกิดอะไรขึ้น ...ฉันทำอะไรผิดงั้นเหรอ ทำไมน้องเขาต้องร้องไห้ขนาดนั้น ...แล้วน้องเขารู้จักฉันได้ไง แล้วคนนั้นก็ด้วย เขาเรียกชื่อฉัน ทั้งๆ ที่ฉันไม่รู้จักเขาเนี่ยนะ ...." ยองเบไม่รู้จะตอบคำถามของจียงยังไงก็ได้แต่ตบบ่าเพื่อนเบาๆ


"ไม่มีอะไรหรอก อาจจะจำคนผิดน่ะ ..."


"ยองเบ .... เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เกิดอะไรขึ้นกับช่วงที่ฉันจำไม่ได้กันแน่"


"จียง...."


"ได้โปรด ขอแค่ฉันไม่ต้องทำร้ายใครเหมือนน้องคนนั้น ช่วยบอกฉัน...ยองเบ บอกฉัน"










วันว่างๆ อย่างวันเสาร์ อาทิตย์แบบนี้ควอนจียงไม่มีอะไรให้ทำ


งานบ้านที่อาสาช่วยแม่บ้านของยองเบก็ทำมาหมดแล้ว หนังสือก็อ่านแล้ว ไปลงทะเบียนเรียนเฉพาะทางต่อก็ไปทำมาแล้ว ตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากออกมาจากโรงพยาบาลแล้วจียงก็ไปอยู่กับยองเบ ซึ่งแน่นอนว่าเขาจำไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้เคยมาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่


จียงรู้สึกตัวว่าความทรงจำช่วงหนึ่งในชีวิตของเขาเองสูญหายไป หายไปชนิดที่ว่า เหมือนกับเราฝันถึงเรื่องอะไรบางอย่างยามดึก แต่พอตื่นขึ้นมาอีกครั้งกลับจำอะไรที่เกี่ยวกับฝันนั้นไม่ได้เลย และที่ทำให้จียงรู้สึกกระวนกระวายใจก็เพราะ เขารู้ว่าตัวเขาฝัน เป็นฝันที่แสนดี ฝันที่แสนอบอุ่น ฝันที่เขามีความสุขที่สุด ....แต่กลับจำฝันนั้นไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ที่สำคัญ การที่เขาจำฝันของเขาไม่ได้เลยสร้างบาดแผลให้กับใครหลายๆ คน ทั้งน้องแจวุคและน้องอึนนาที่โรงพยาบาล เพื่อนๆ ที่โรงพยาบาลที่เขาเคยรู้จัก


ยองเบเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เขาฟัง การที่เขาช็อคจากอุบัติเหตุของแชรินเป็นสาเหตุสำหรับความจำเสื่อมในครั้งแรก ....


แต่ที่ยองเบไม่ยอมเล่าให้ฟัง ....คือสาเหตุของอาการความจำเสื่อมในครั้งนี้


ทั้งๆ ที่จียงรู้สึกว่า สาเหตุที่ทำให้เขาลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องสำคัญ ...ของคนสำคัญ คนหนึ่ง ซึ่งไม่ว่ายังไงยองเบก็ไม่ยอมปริปากพูดถึงเรื่องนั้นแม้แต่ครั้งเดียว โดยที่ให้เหตุผลเอาไว้ว่า คนๆ นั้นไม่ต้องการให้รู้ว่าเขาคือใคร


ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เขายิ่งอยากรู้มากขึ้นไปอีก!!


หลังจากหลายอาทิตย์ที่เขาพยายามสรรหาเรื่องนู้นเรื่องนี้มาให้ทำ สุดท้าย วันเสาร์ที่แสนจะไม่สดใสแบบวันนี้เขาก็ตัดสินใจมาเดินฮงแด ....


มาเดินที่ฮงแดคนเดียวที่มันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะ ... ทุกครั้งถ้าเขาจะมาก็จะมากับแชริน ยองเบ หรือไม่ก็....ซึงฮยอน ...


อืม เพื่อนที่ทำให้เขารู้จักกับแชริน จียงใช้เวลาสองสามวันกว่าจะฟื้นความจำเกี่ยวกับเรื่องของซึงฮยอนขึ้นมาได้ เขาคิดว่าอาจจะเพราะซึงฮยอนมีส่วนเกี่ยวข้องกับแชริน ช่วงที่เขาลืมแชรินนั้นทำให้ส่งผลไปถึงความทรงจำที่เกี่ยวกับซึงฮยอนด้วย เขาไม่เจอเพื่อนคนนี้มาหลายอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่จียงบอกอีกฝ่ายว่าจำได้แล้ว หลังจากนั้นซึงฮยอนก็ไม่มาเยี่ยมเขาอีก ได้แต่ฝากดอกไม้สีขาวมาให้เป็นประจำจนเขาติดใจกลิ่นหอมๆ ของมัน และต้องไปตามหาที่ร้านขายดอกไม้ จนรู้ว่าเป็นดอกไม้ที่ไม่ได้ขายกันทั่วไปในเกาหลีนั่นแหละ ...ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อนคนนี้ไปหามาได้จากที่ไหน


จียงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่วันนี้ดูไม่แจ่มใสเอาเสียเลย ท่าทางว่าฝนจะตก แต่ดูเหมือนมันไม่ได้ทำให้จียงอยากจะกลับไปบ้านของยองเบเท่าไรนัก มือของชายหนุ่ม้ลวงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกันหนาวสีจัด แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อนิ้วไปสัมผัสเข้ากับโลหะเย็นๆ ในเสื้อตัวเอง พอหยิบขึ้นมาดูก็เลยนึกขึ้นได้ถึงธุระอีกอย่างที่เขายังไม่ได้ทำ


พวงกุญแจที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อตัวนี้ถูกพบเมื่อหลายวันก่อนตอนที่จะไปลงเรียนแพทย์เฉพาะทาง พวงกุญแจประกอบด้วยกุญแจบ้านหนึ่งดอก กับกุญแจห้องอะไรสักอย่าง และกุญแจดอกเล็กๆ เหมือนกับกุญแจตู้หรือลิ้นชักอะไรทำนองนั้น และที่สำคัญ .... พวงกุญแจที่มีที่อยู่ติดเอาไว้นั่นแหละที่ทำให้จียงสนใจ ...มันไม่ใช่ที่อยู่ของบ้านยองเบ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ที่อยู่ที่เขาเคยอยู่ เขาจำไม่ได้ว่ามันคือที่ไหน แต่ก็รับรู้ได้ทันทีว่ามันคือที่ที่เก็บความทรงจำที่หายไปของเขาอย่างแน่นอน


เป็นเพราะว่าวันนั้นเขาค่อนข้างยุ่งกับการวิ่งตามหาเอกสารทำให้ลืมนึกถึงเจ้าพวงกุญแจนี้ และด้วยความที่ไม่ได้หยิบเอาเสื้อตัวนี้มาใส่บ่อยนัก


แต่ว่าวันนี้เขามีเวลา ค่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ แล้วกัน



การเดินฮงแดในวันเสาร์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกถ้าหากมาคนเดียว เพราะที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนที่แวะเวียนมาซื้อของ เสื้อผ้าแฟชั่นอะไรต่างๆ นานา อันที่จริงจียงจะเลือกไปเดินเล่นที่ที่เดินสบายกว่านี้ก็ได้ หรือนอนอยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่แปลก แต่ว่าเขารู้สึกเหมือนกับว่า ถ้าเขามาที่นี่ ....อาจจะมีคำตอบให้กับความทรงจำที่ขาดหายไปก็ได้ ความรู้สึกว่าเขาลืมคนที่สำคัญที่สุดของเขาไป


แล้วใครล่ะที่เป็นคนสำคัญของเขาขนาดนั้น


คำตอบของเขาควรจะเป็น แชริน แฟนที่เขารักมากที่สุด ใบหน้าของแชรินยังคงอยู่ในความทรงจำของเขาเสมอมา ครั้งแรกที่เราเจอกัน ทุกๆ วันที่เรามีกันและกัน จนถึงวันที่เราสองคนตกลงที่จะแต่งงานกัน พูดถึงอนาคตที่แสนจะอบอุ่น ชื่อของลูกคนแรกที่เราจะตั้งให้


แน่นอนเขาคิดถึงแชริน .... แต่ว่าน่าแปลก .... ที่เธอไม่ใช่คำตอบที่เขาต้องการ


ความโศกเศร้าที่เสียแชรินไปไม่ห่างหายไปจากความรู้สึก แต่มันก็เบาบางมากเสียจนรู้สึกได้ว่าเขาถูกใครบางคนเยียวยารักษาความเจ็บปวดนี้จนบรรเทาจางลงไป ...เพียงแต่ว่า เขาจำไม่ได้ว่าคนๆ นั้นคือใคร


พอคิดมาถึงตรงนี้ไอ้อาการปวดหัวจี๊ดๆ ที่เป็นบ่อยๆ ตอนนี้ก็กลับมารังควานเขาอีกครั้ง จียงรีบเดินไปยังร้านกาแฟข้างทางที่อยู่ตรงหน้า


"ขอลาเต้กับน้ำเปล่าหน่อยครับ" เขาพยายามสะกดความเจ็บปวดราวกับมีคีมเหล็กบีบรัดศีรษะของเขาเอาไว้ แต่พอเหลือบไปมองบรรดาโต๊ะเก้าอี้ที่ถูกจัดเรียงอยู่ข้างๆ ความเจ็บปวดที่พอทนได้เมื่อสักครู่นี้แล่นริ้วจากไขสันหลังเข้าสู่สมอง ควอนจียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาทรุดลงไปนั่งกับพื้นมือทั้งสองกุมศีรษะเอาไว้แน่น จียงรู้สึกเหมือนเห็นภาพอะไรหลายๆ ภาพแล่นเข้ามาในหัว ภาพต่างๆ วิ่งเร็วจนไม่สามารถจับได้ว่ามันคืออะไร เสียงเรียกชื่อของเขาที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นหู ก่อนที่ใบหน้าที่เป็นคำตอบของชีวิตเขาจะปรากฏขึ้นมานั้น สติของจียงก็ถูกกระชากกลับออกมาสู่โลกของความเป็นจริง


"จียง! จียง! เฮ้ย ไอ้จี" จียงหอบหายใจแรงๆ อาการปวดหัวเมื่อสักครู่นี้เบาลงแล้ว เขาค่อยๆ ปาดน้ำตาออกจากหน้าแล้วหันไปมองคนที่เรียกชื่อของเขา ใบหน้าของเพื่อนเก่าที่รู้สึกเหมือนไม่ได้เจอกันมานานมากถอนหายใจโล่งอกที่เห็นเขาหันไปมอง


"....ซึงโฮ...?"





"ขอบใจนะ" จียงเอ่ยขอบคุณที่ซึงโฮยื่นน้ำเปล่ามาให้หลังจากที่ช่วยประคองเขาให้นั่งบนเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว


"ไม่เป็นไร ...ว่าแต่แกเถอะไอ้จี เป็นอะไรมากรึเปล่าวะ เมื่อกี้มึงดูแย่มากเลยนะ"  ซึงโฮเพื่อนที่มหาวิทยาลัย รู้จักเพราะว่าเรียนวิชาเลือกวิชาเดียวกันแถมยังอยู่ชมรมเดียวกันด้วย


"ไม่เป็นอะไรมากแล้ว เมื่อกี้มันปวดหัวน่ะ ...ขอบใจที่มาช่วยนะเว้ย"


"เออๆ อันที่จริงเห็นตั้งแต่มึงเดินหน้าซีดเข้ามาที่ร้านแล้ว ตอนแรกกะว่าจะรอให้ซื้อให้เสร็จก่อนแล้วค่อยทัก เสือกเป็นเชี่ยอะไรไม่รู้จู่ๆ ก็ทรุดลงไปแถมยังร้องซะเสียงดังอีก ตกใจนะเว้ย" จียงหัวเราะเพราะสีหน้าซึงโฮดูแตกตื่นเกินจริง


จียงหยิบยาที่ยองเบทิ้งไว้ให้ บอกว่าถ้าเกิดมีอาการขึ้นมาเมื่อไร่ให้กิน อันที่จริง